<?xml version="1.0" encoding="utf-8" standalone="yes" ?>
<rss version="2.0">
<channel>
<title>ไทยโซน: คำถามที่พบบ่อย (FAQ) - 5 คำถามล่าสุด:</title>
<description>ไทยโซน : Support FAQ : คำถามที่พบบ่อย</description>
<link>http://www.thaizone.com/faq</link>	<item>
		<title><![CDATA[Mail Spam / Bomb คืออะไร]]></title>
		<description><![CDATA[Spam เมล์คือเมล์ที่เราไม่ต้องการ เป็นประเภทหนึ่งของ Junk เมล์ หลายคนสับสนคำว่า Mail Spam กับคำว่า Mail Bomb จุดประสงค์ของ Mail Spam นั้นผู้ส่งส่วนใหญ่ต้องการโฆษณาบริการต่างๆที่ตัวเองมี ส่วนจุดประสงค์หลักของ Mail Bomb คือการก่อกวนผู้รับหรือระบบเมล์ของเครื่องข่ายนั้นๆ ทั่วไป Mail Spam เป็นการส่งอีเมล์แต่ละฉบับไปหาคนจำนวนมาก ส่วน Mail Bomb เป็นการเมล์จำนวนมากไปหาคนๆหนึ่งหรือระบบเมล์ใด ระบบเมล์หนึ่ง<br />
<br />
<strong>วิธีลดปัญหาที่เกิดขึ้นจาก Mail Spam</strong><br />
1. รายงานกับ ISP หรือ Provider ที่เราใช้บริการเพื่อให้เค้าสกัดอีเมล์ที่มาจาก Domain นั้นๆ<br />
2. ใช้ Filter ค้นหาคำ Cash, Money, Promote, Sex แล้วลบอีเมล์ทิ้งที่ Server โดยไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลด<br />
3. ไม่เปิดเผย Mailing List ในวงกว้างเกินความจำเป็น<br />
4. ไม่ตั้งชื่อ Mailing List ที่มีรายชื่ออยู่มาก ง่ายจนเกินไปเช่น all@domain.com<br />
5. ถ้าใช้ ICQ อย่าระบุ E-mail ไว้ในข้อมูลส่วนตัว<br />
6. ถ้าต้องการระบุ E-mail ส่วนตัวใน USENET ควรจะใส่จุดไว้ข้างหน้าและข้างหลังอีเมล์เพื่อไม่ให้เป็นการง่ายในการ ใช้โปรแกรม Spam เช่น .yourname@domain.com.<br />
<strong><br />
วิธีลดปัญหาที่เกิดขึ้นจาก Mail Bomb</strong><br />
1. มีการกำหนดค่าสูงสุดของเนื้อที่เก็บอีเมล์ของแต่ละบัญชี<br />
2. มีการตรวจสอบว่าข้อมูลของผู้ส่งก่อนใส่ไว้ ก่อนที่อีเมล์จะถูกส่งออกไป<br />
3. มีการกำหนดจำนวนมากที่สุดที่ผู้ใช้แต่ละคนจะส่งได้ในแต่ละครั้ง<br />
4. มีการกำหนดขนาดใหญ่ที่สุดของอีเมล์ที่จะรับเข้า<br />
5. ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ที่ไม่มีบัญชีบนเครื่องส่งอีเมล์ผ่านไปที่อื่นได้<br />
6. มีการตรวจสอบว่าผู้ส่งอีเมล์มีอยู่จริง โดยอาจทำการเช็คอีเมล์ก่อนส่ง ถ้าเช็คอีเมล์ไม่ผ่าน แสดงว่าผู้ส่งอาจปลอมชื่อมา<br />
7. สามารถปฎิเสธการรับจดหมายจากคำใน subject จากโดเมนเนม หรือจากไอพีแอ๊ดแดรส<br />
8. มีการเชื่อมต่อกับเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ของรายชื่อโดเมนเนมที่มีการใช้ Mail Spamming และ Mail Bomb บ่อยครั้งๆ
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/c2-23_mail-spam-_-bomb-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html</link>
		<pubDate>Sat, 01 Aug 2009 10:19:00 GMT</pubDate>
	</item>
	<item>
		<title><![CDATA[10 เทคนิคการออกแบบเว็บให้ Google รู้จัก]]></title>
		<description><![CDATA[<div align="justify">
ตอนนี้ผมเชื่อว่าคนไทยมากกว่า 90% ที่ใช้อินเทอร์เน็ต มักจะใช้ เสิร์ชเอ็นจิ้น (Search Engine)ในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ จากอินเทอร์เน็ต และจากข้อมูลของ Truehits.net พบกว่า คนไทยเกินกว่า 90% ใช้ Search Engine ของ Google.com (และจากการสำรวจของผม ทุกครั้งที่มีโอกาสไปสอนและสอบถามกับคนที่เรียน พบกว่าข้อมูลเป็นไปตาม Truehits.net) จากข้อมูลที่บอกมา ทำให้เห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่จะหาเว็บไซต์ที่เค้าต้องการหา จาก Google ค่อนข้างมาก ซึ่งหากคุณ "สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถติดอันดับต้นในการค้นหา ของ Search Engine" ได้ นั้นหมายถึงการที่คนที่เป็นลูกค้าคุณจะสามารถรู้ และเข้าไปยังเว็บไซต์คุณได้<br />
</div>
<p>
ดังนั้นการทำการตลาดผ่าน Search Engine ถือเป็นวิธีและช่องทางที่ เจ้าของเว็บไซต์ "ทุกคน" ควรทราบและนำไปปฏิบัติกับเว็บไซต์ของคุณ โดยวันนี้ผมจะมาทิปและเทคนิคง่าย ๆ ในการทำให้เว็บไซต์ของคุณเข้าไปอยู่ในอันดับของ Search Engine โดยเราเรียกวิธีการทำแบบนี้ว่า Search Engine Optimization หรือ เรียกสั้นๆ ว่า SEO และทิปและเทคนิคนี้จะเน้นกับเว็บไซต์ Google.com ซะส่วนใหญ่นะครับ
</p>
<p>
<br />
เทคนิคการทำให้เว็บไซต์ติดใน Searh Engine<br />
</p>
<ul style="list-style-type: decimal; list-style-position: inside; margin-left: 0pt; padding-left: 1em; text-indent: -1em">
	<li>ใส่ Keyword ใน Title ของหน้าเว็บ การใส่ Key Word ในหน้าเว็บไซต์ในส่วนของแท็ก Title จะช่วยทำให้ Search Engine รู้ว่าเว็บไซต์หน้านั้นๆ ของคุณ มีข้อมูลเกี่ยวกับอะไร ซึ่งข้อมูลนี้จะแสดงอยู่ในตำแหน่งบนด้านบนสุดของบราวเซอร์ ซึ่งตำแหน่งนี้ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญส่วนหนึ่ง</li>
	<li>การใส่ Key Word ที่ต้องการในส่วนด้านบนของเว็บไซต์และการเน้นด้วยตัวหนา การเน้น Key Word ที่ต้องการในหน้าเว็บไซต์ด้านบน และมีการเน้น key word ภายในหน้าเว็บไซต์ด้วย ตัวหน้า หรือการใช้แท็ก b จะเป็นการเน้นให้ Search Engine รู้ว่า นี้คือคำที่เราต้องการเน้นและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่ง Search Engine จะให้ความสำคัญและน้ำหนักกับ Key Word เหล่านี้</li>
	<li>หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Flash หรือรูปภาพเยอะ ไม่มีตัวหนังสือ เพราะ Google จะอ่านจากโค๊ดของหน้าเว็บไซต์ ซึ่งหากเว็บไซต์คุณ มีแต่ภาพ และยิ่งเป็น Flash ด้วยแล้วละก็ Google จะไม่รู้จักเว็บไซต์คุณเลยว่าเกี่ยวกับอะไร คุณควรปรับเปลี่ยนเพิ่ม ตัวหนังสือเข้าไปในเว็บไซต์ เพื่อให้ Google ได้รู้จักเว็บไซต์อของคุณ</li>
	<li>หลีกเลี่ยงใช้ออกแบบเว็บไซต์ด้วยเฟรม เพราะการออกแบบเว็บไซต์ด้วย เฟรม frame จะทำให้ Search Engine จะไม่สามารถทราบได้ถึงข้อมูลที่มีอยู่ในเนื้อหาในหน้านั้นๆ เพราะเนื้อหาในหน้านั้น ๆได้ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยการใช้เฟรม ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงซะ (การใช้เฟรม คือ การออกแบบหน้าเว็บที่มีหน้าเว็บหลาย ๆส่วนประกอบเข้าด้วยกันในหน้าเดียว)</li>
	<li>การเขียนเว็บด้วยภาษาง่าย ๆ ไม่ใช่โค๊ดที่สลับสับซ้อน การออกแบบเว็บไซต์ โดยมี code ที่สั้นและกระชับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์คุณง่ายต่อการค้นหาของ Search Engine อย่าใช้ code ฟุ่มเฟือยจนเกินไป ไม่ใช้ table มากเกินไป ลดการใช้ JavaScript และ CSS เท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ คำค้นหาสำคัญๆ ควรอยู่ส่วนบนๆของเว็บเพจให้มากที่สุด</li>
	<li>ควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และใส่คำอธิบายให้กับภาพ คุณควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพที่ตรงกับ Keyword ที่คุณต้องการ และควรใส่คำอธิบายภาพ โดยใช้แท็ก alt คำอธิบาย alt เพื่อทำให้ Search Engine รู้ว่าภาพที่คุณใส่เข้าไปในเว็บไซต์คุณคือภาพอะไร และเกี่ยวกับอะไร ซึ่งจะมีผลต่อการค้นหาของ Search Engine ด้วย</li>
	<li>ใส่ คีย์เวิร์ด ให้หนาแน่น ภายในหน้าเว็บไซต์ การที่ในหน้าเว็บไซต์ของคุณมี Key Word ที่ซ้ำๆ หลายๆ คำในหน้านั้นๆ (Key Word Density) นั่นหมายถึงหน้าๆ นั้นของคุณมีข้อมูลและเรื่องราวที่เกี่ยวกับคำๆนั้น ซึ่ง Search Engine ให้ความสำคัญกับส่วนนี้ เช่นกัน ซึ่งควรจะมีการซ้ำๆ กันของ Key Word ในหนึ่งหน้าเว็บ ไม่ควรเกิน 20% ซึ่งหากใส่มากเกินไปจะกลายเป็นการ Key Word Spamming ซึ่งอาจจะทำให้เว็บไซต์คุณโดนบล็อกไปเลย</li>
	<li>ขนาดไฟล์ HTML ของหน้าเว็บไซต์ไม่ควรเกิน 32K ถ้าหน้าเว็บไซต์ของคุณ มีขนาดใหญ่จนเกินไป จะทำให้ Search Engine ไม่สามารถเก็บข้อมูลของหน้าเว็บไซต์คุณได้ ดังนั้นในการออกแบบ ควรไม่ให้มีขนาดไฟล์ HTML ไม่เกิน 32K</li>
	<li>แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ การแลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ และมีเว็บไซต์อื่นๆ ลิงค์มาหาคุณเยอะๆ เป็นการแสดงว่า เว็บไซต์คุณเป็นที่รู้จักจาก ซึ่ง Google จะให้คะแนนของเว็บไซต์คุณ โดยเป็นค่า Page Rank (PR)โดยจะมีการให้คะแนนเอาไว้มีค่าตั้งแต่ 1-10 คะแนน โดยเว็ปเพจใดที่ google เห็นว่าเป็นเว็ปเพจที่ " สำคัญ " ซึ่งหากเว็บไซต์คุณมีค่า Page Rank สูงก็จะมีผลต่ออันดับในการแสดงใน google โดยเราสามารถทราบค่า PR ของเว็บไซต์เราได้ โดย download และ install google toolbar (http://toolbar.google.com) หลังจากนั้นคุณจะสามารถดูคะแนน PR ของคุณที่จัดโดย google ได้</li>
	<li>ทำ Site Map ให้กับเว็บไซต์ของคุณ Site Map ก็คือแผนที่เว็ปไซด์ของคุณ ว่าเว็ปไซด์คุณมีหน้าเว็ปต่างๆ อยู่ที่ไหนบ้าง หน้าไหน link ไปสู่หน้าไหน เป็นการรองรับให้ทุกๆ หน้าของเว็ปไซด์คุณถูกเข้าถึงได้ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ Google สามารถทราบได้ว่าในเว็บไซต์ของคุณมีหน้าเว็บอะไรบ้างทั้งหมด</li>
</ul>
<br />
<p>
ที่มา: tarad.com/webrank 
</p>
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/c4-22_10-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-google-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81.html</link>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2008 15:29:00 GMT</pubDate>
	</item>
	<item>
		<title><![CDATA[ประชาสัมพันธ์เว็บอย่างไรให้โดนใจ]]></title>
		<description><![CDATA[<p>
นี่คือ 12 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะเป็นเส้นทางลัดทำให้เว็บไซต์คุณได้ชื่อว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดีเว็บหนึ่ง อย่างรวดเร็ว ซึ่งมือใหม่หัดทำเว็บไซต์ หรือมือเก๋าอยากปรรับปรุงเปลี่ยนแปลง พัฒนาเว็บ คงจะได้ไอเดียใหม่ ๆ คลิก ๆ นำไปพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองให้ดีขึ้น โดดเด่นกว่าที่เคยเป็นมา<br />
<br />
เรามาเริ่มต้นกันด้วย....
</p>
<ul style="list-style-type: decimal; list-style-position: inside; margin-left: 0pt; padding-left: 1em; text-indent: -1em">
	<li>รุ้จักกลุ่มผู้อ่าน ก่อนที่จะพัฒนาเว็บไซต์ คุณควรจะเรียนรู้อุปนิสัยของคนเข้าชมก่อน เพราะจำนวนคนเข้าชม เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของเว็บไซต์ของคุณอย่างหนึ่ง ถ้ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นกลุ่มนักธุรกิจมืออาชีพก็ควรออกแบบเว็บไซต์ให้ ดูสะอาด มีทิศทางของหน้าเว็บเพจที่เข้าใจง่าย แต่ถ้ากลุ่มผู้อ่าน ผุ้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ก็ควรออกแบบเว็บไซต์ให้ดูผ่อนคลาย ไม่เป็นทางการนัก ให้ความรู้สึกที่น่าเข้าไปเยี่ยมชม ดังนั้น กุญแจสำคัญก็คือ คุณควรที่จะรุ้ว่ากลุ่มตลาดเป้าหมายหลักของคุณนั้นเป็นใคร และสร้างเว็บไซต์ของคุณให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายนั้น ซึ่งการออกแบบเว็บไซต์นั้น ไม่ใช่คุณที่เป็นตัวกำหนด แต่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการดึงดูดให้เข้ามาที่เว็บไซต์ต่างหาก ที่เป็นผู้กำหนดว่าควรจะออกแบบเว็บไซต์อย่างไรไปในทิศทางใด เพื่อที่ดึงดูดกลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณได้</li>
	<li>มี Theme เว็บไซต์ที่ชัดเจนเว็บไซต์ ของคุณควรมี Theme ที่ชัดเจน เพราะจะทำให้ผู้อ่านทราบว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร ตั้งแต่วรรคแรกที่อ่านในหน้าเว็บเพจนแรก ถ้าคุณเป็นเว็บไซต์ที่ให้การบริกาขายสินค้าหรือขายบริการ ก็ควรจะให้มีความชัดเจนให้ผู้อ่านผู้เข้าเยี่ยมชมรู้ว่าเว็บไซต์คุณเป็น เว็บขายสินค้า และบริการตั้งแต่ 30 วินาทีแรกที่เห็นหน้าเว็บไซต์ แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณขายสินค้าที่หลากหลายขนิด ก็ควรจะมีหน้าเว็บสำหรับสินค้าแต่ละชนิดไม่ควรที่จะนำสินค้าที่มีอยู่ทั้ง หมดมาอัดแน่นไว้ที่หน้าเว็บเดียว</li>
	<li>ต้องเร็วต้องทำให้เรียกหน้าเว็บเพจได้เร็ว จำไว้ว่าใคร ๆ ก็รีบกันทั้งนั้น ไม่มีใครชอบที่จะรอ ไม่ว่าจะรออะไรก็ตาม แม้แต่โลกของอินเตอร์เน็ตก็ไม่มีข้อยกเว้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ ความเร็วของอินเทอร์เน็ตกในปัจจุบัน เทียบกับเมื่อก่อน มีความเร็วแตกต่างกันแค่ไหน แต่คุณก็ยังรู้สึกไม่พึงพอใจกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นยังไงก็ยังรู้สึกว่า อินเทอร์เน็ตยังเร็วไม่พออยู่นั่นเอง แม้ว่าในความเป็นจริงจะมีการศึกษาและแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีได้ก้าวกระโดด ไปไกลแล้วก็ตาม แต่ก็ยังน้อยกว่าความคาดหวังของผู้บริโภคอยู่นั่นเองและด้วยความรู้สึกอันนี้ คุณคิดว่าจะทำให้เว็บไซต์ของตัวเองมีความเร็วได้มาก แค่ไหน ซึ่งความจริงข้อหนึ่งก็คือผู้เข้าเยี่ยมชม มักจะอ่านคอนเทนต์บนหน้าเว็บไซต์ของคุณ โดยใช้เวลาแค่ 10-15 วินาที จากนั้นจะเขียนโน๊ตจากเว็บไซต์คุณบ้าง และก็จะตัดสินใจว่าจะใช้เวลาอันมีค่ายิ่งนั้น กับหน้าเว็บไซต์ของคุณนานเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเว็บไซต์ไหนเรียกข้อมุลขึ้นมาได้ช้า ผู้เช้าชมก็คงโบกมือลาแล้วไปหาอ่านจากเว็บไซต์อื่นทันที</li>
	<li>K.I.S.S อ่า..เราไม่ได้กำลังพูดถึงวงร็อกเกอร์ในยุคปี 80 แต่เรากำลังพูดถึงคำพูดที่เก่าแก่และสุดแสนจะคลาสสิก นั่นก็คือ "Keep It Simple, Stupid - ทำให้มันง่าย ๆ สิจ๊ะ เด็กโง่" ถ้าทิศทาง (Navigation) ในเว็บไซต์ของคุณไม่ได้ทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถค้นห้าข้อ มุลได้ด้วยสัญชาตญาณตัวเอง หรือไม่รู้ว่าจะคลิกไปที่ไหน ถึงจะพบสิ่งที่ต้องการค้นห้าแล้วละก็ คงจะเป็นการยากที่จะแข๋งกับเว็บไซต์อื่น หรือจะพูดให้ง่ายกว่านั้นก็คือ ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่ได้การที่จะเสียเวลาเพื่อหาข้อมูลมากนัก เรียกได้ว่าผู้เยี่ยมชมทั้งหลายต่างก็ไม่ต้องการที่จะคลิกเกิน 3 ครั้ง เพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการ ดังกนั้น ควรจะพิจารณาเรื่องความยากง่ายในการใช้เว็บไซต์ และทิศทางของหน้าเว็บด้วย ซึ่งถ้าจะให้แข่งขันกับเว็บไซต์อื่น ๆ ได้ก็ควรจะให้ผู้เข้าเยี่ยมชมเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ไม่เกิน 3 คลิก</li>
	<li>มีความสอดคล้อง คุณมักจะได้ยินนักกอล์ฟพูดอยู่เสมอว่า ส่วนที่สำคัญที่สุดของการทำวงสวิงก็คือ "ความสอดคล้อง" ซึ่งนักกลอ์ฟก็ต้อง มีความเข้าใจถึงความสอดคล้องนั้นให้ได้อย่างแจ่มแจ้ง ชัดเจน ไม่อย่างนั้นก็คงทำวงสวิง ตีกอล์ฟได้ไม่ดี ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับหน้าเว็บไซต์ของคุณ ที่จะต้องมีความสอดคล้องกัน ทั้งในเนรื่องรูปลักษณ์ อารมณ์ ความรู้สึกของหน้าเว็บ และการออกแบบ ที่ต้องเชื่อมโยงกันตลอดทั้งเว็บไซต์ หากทำหน้าเว็บไซต์ของคุณในแต่ละหน้า มีความแตกต่างทั้งรูปลักษณ์ ทิศทางของเว็บ (Navigation) แล้วหล่ะก็อาจจะสร้างความงุนงง สร้างความรำคาญให้กับผู้เข้าเยี่ยมชมได้ ซึ่งถ้าจะให้ดีควรที่จะใช้สี, themes, navigation และการออกแบบ ที่มีความสอดคล้องกัน ไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่หน้าแรก ไปจนหน้าสุดท้ายของหน้าเว็บไซต์</li>
	<li>เชื่อถือได้ ถ้าลูกค้าผู้เข้าเยี่ยมชมรู้สึกไม่เชื่อถือเว็บไซต์ของคุณอยู่ตลอดเวลา แล้วละก็เม็ดเงินที่จ่ายไปให้กับการออกแบบเว็บไซต์การพัฒนาเว็บไซต์ก็คงจะ สุญเปล่า ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา เพราะว่าโดยธรรมชาติของอินเทอร์เน็ตแล้ว ก็มีความไม่น่าเชื่อถือไม่น่าไว้วางใจ เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ดังกนั้นคุณควรที่จะสร้างความรู้สึกน่าเชื่อถือน่าไว้วางใจให้กับผู้เข้า เยี่ยมชม เพื่อเพิ่มระดับของความน่าไว้วางใจให้เกิดขึ้น 2 หนทางที่จะสร้างความน่าเชื่อถือได้ก็คือ สร้างภาพลักษณ์ของเว็บไซต์ให้เป็นเว็บไซต์ มือสะอาด ไม่ทำสิ่งผิดกฎหมายมีการเปิดเผยข้อความที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างชัดเจน เช่น เบอร์ติดต่อ ที่อยู่บริษัท ข้อมุลประวัติ ความเป็นมาของบริษัท เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณมีความรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ไม่ต้องการจะเปิดเผยข้อมูลบริษัทกับลูกค้า แล้วจะทำให้ลูกค้าเชื่อถือคุณมากพอที่จะซื้อสินค้า หรือทำธุรกิจกับเว็บไซต์คุณได้อย่างไร</li>
	<li>การันตีรับเงินคืน ไม่ใช่หนทางที่ดีนักถ้าจะทำให้ลูกค้ามีความกังวลใจเมื่อซื้อสินค้าจาก เว็บไซต์ของคุณ ด้วยไม่มีการัรตีได้เงินคืน เพราะว่าการันตีการรับเงินคืนนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าสินค้า และบริการของคุณมีความน่าเชื่อถือ ไม่มีความเสี่ยง</li>
	<li>สร้างระบบชำระเงินที่เข้าใจง่าย บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลหลักอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ amazon.com เป็นเว็บไซต์ ที่ประสบความสำเร็จ นั่นก็เป็นเพราะว่ามีระบบ การชะระเงินที่เข้าใจง่ายชัดเจนเข้าถึงง่ายสามารถใช้สัญชาติญาณตัวเองในการ เรียนรู้ขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อชะระเงิน โดยที่ไม่จำเป็นต้องหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติม โดยคุณควรจะทำให้แต่ละขั้นตอนของการชำระเงินนั้นเข้าใจง่าย ผู้ใช้บริการไม่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้การทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะออกแบบขั้นตอนการชำระเงินยังไงดี ก็ลองเข้าไปอ่านใน Blog หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ดูก่อนก็ได้ เพื่อจะได้เรียนรู้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ ชอบการชำระเงินแบบไหน จากนั้นจึงค่อยมาปรับใช้กับระบบการชะระเงินในเว็บของคุณ</li>
	<li>สร้างอันดับที่ดีใน Search Engine จาก การศึกษาของ Jupiter Media Matrix พบว่า มากกว่า 55 % ของการซื้อขาย่ผ่านอินเตอร์เน็ตเริ่มจาก Search Engine แต่ 93 % ของลูกค้ากลุ่มนี้ จะไม่คลิกไปดูหน้าผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาด้วย Search Engine เกิน 2 หน้า ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรจะทำให้การจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณจากการค้นหาด้วย Search Engine ขึ้นไปอยู่ในอันดับต้น ๆ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมเข้ามาที่เว็บไซต์มากขึ้น</li>
	<li>เข้าถึงได้ง่าย "The power of the Web is in its universality. Access by everyone regardless of disability is an esssential aspect. - พลังของเว็บอยุ่ท่ความครอบคลุมของมัน การที่ทุกคนสามารถเข้าถึง โดยปราศจากการกำจัดสิทธิ์ คือหัวใจสำคัญ" - Tim Berners-Lee, W3C Director and inventor of the World Wide Web. ในช่วงที่ Berners-Lee พูดประโยคนี้ขึ้นมา ก็เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นคำพูดที่นำมาใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเพียงแค่คุณทำเว็บไซต์ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากเท่าไหร่ ก็มีโกาสที่จะมีผู้เข้าเยี่ยมชมเข้าถึงเว็บไซต์คุณได้มากขึ้นเท่านั้น .</li>
	<li>ความเข้ากันได้ ในสมัยที่ Microsoft&#39;s Internet Explorer เบราเซอร์ชื่อดังยังมีส่วนแบ่งการตลาดไม่มากนักนั้น การแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นนั้นคือจะต้องทำให้มี สัดส่วนเพิ่มขึ้นนั้นคือจะต้องทำให้เบราเซอร์นั้นสามรถเข้ากันได้กับความ ต้องการของตลาด รวมทั้งกับซอฟต์แวร์ตัวอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมอยู่ในตลาด ซึ่งเทคนิคนี้ก็ยังคงใช้อยุ่จนถึงปัจจุบัน และมีส่วนทำให้ Microsoft&#39;s Internet Explorer ได้รับการตอบรัรบจากผู้ใช้อย่างมากมาย ความเข้ากันได้ (Compatibility) กับผู้อื่น ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งคุณสามารถนำแนวทางที่ Microsoft&#39;s Internet Explorer ใช้นั้น มาใช้กับการพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองได้ โดยคุณควรจะพัฒนาเว็บไซต์ ให้สามารถใช้งานเข้ากันได้กับทุก ๆ เบราเซอร์ ที่เป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน และทำให้มันใช้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความเข้ากันได้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ซอฟต์แวร์ชนิดอื่น ๆ ได้กล่ายเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดไปแล้วในเวลานี้ เมื่อผุ้บริโภคเริ่มที่จะเข้าสุ่เว็บไซต์โดยใช้อุปกรณ์อื่นนอกเหนือไปจาก เครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปแบบเดิม ๆ ที่เราคุ้นเคย อย่างเช่น PDA, โทรศัพท์มือถือ, Car Display หรือแม้แต่นาฬิกาข้อมือที่ต่างพัฒนากันให้ล้ำสมัยมากขึ้น เป็นต้น</li>
	<li>เนื้อหา "Content is King" คุณคงได้ยินวลีนี้กันบ่อย ๆ ซึ่งวลีนี้อาจจะเป็นจริง หรือไม่ก็ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่ใจได้ว่าจะไม่ผิดพลาดแน่นอน นั่นก็คือ ถ้าคุณต้องการให้ชื่อเว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Search Engine คุณต้องขยันป้อนข้อมุลเข้าไปในเครือข่ายใยแมงมุมนี้ให้บ่อย ๆ อีกทั้งข้อมูลที่ป้อนเข้าไปในเครือข่ายจะต้องนำเสนอข้อมูลที่ดี และมี Keywords ที่ดึงดูดให้สามารถค้นห้าได้ง่าย ๆ โดยแต่ละหน้าเว็บเพจควนจะมีสัก 2-3 Keywords ที่ประเด็จสำคัญ ๆ อยู่ในนั้น และควรที่จะมีเนื้อหา มีแก่นสาระในแต่ละหน้าเว็บเพจอย่างเพียงพอ เพื่อให้นักท่องเครือข่ายใยแมงมุมได้รับสารถสำคัญ ๆ มองเห็นประโยชน์ที่ได้รับจากเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งนั่นจะทำให้พวกเขากลับมาหาคุณอีกครั้งแล้วครั้งเล่า</li>
</ul>
<p>
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/c4-21_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88.html</link>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2008 12:41:00 GMT</pubDate>
	</item>
	<item>
		<title><![CDATA[มีเว็บไซต์แล้วต้องทำอย่างไงให้คนรู้จัก]]></title>
		<description><![CDATA[<h2>มีเว็บไซต์แล้วต้องทำอย่างไงให้คนรู้จัก?</h2>
<p class="c1">
<em>เมื่อคุณมีเว็บไซต์ของคุณเรียบร้อยแล้ว ปัญหาก็มีอยู่อีกว่า
จะทำยังไงให้ลูกค้า หรือคนอื่น ๆ รู้จักเว็บไซต์ของเรา
จุดนี้แหละถือว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุด เพราะว่า จะมีประโยชน์อะไรหากเรามีแต่เพียงเว็บไซต์
แต่ไม่เคยมีใครเข้ามาเยี่ยมเพื่อชม สินค้าและบริการของเรา</em>
</p>
<p class="c2">
ในปัจจุบันนี้ธุรกิจ E-commerce
เป็นอีกช่องทางหรือโอกาสหนึ่งที่จะทำให้บริการของท่านเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
จากทั่วทุกมุมโลกได้มากขึ้นซึ่งผู้ประกอบการจำนวนมากได้มองเห็นศักยภาพและโอกาสในการเพิ่มช่องทางการตลาดและเพิ่มรายได้
ซึ่งธุรกิจไม่ว่าเราจะทำการตลาดแบบระบบปัจจุบัน (Real World)
หรือโลกอินเตอร์เน็ตคงจะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ไม่ว่าสินค้า (Products) หรือบริการ
(Services)
จะดีมากแค่ไหนก็ตามแต่ถ้าไม่มีคนรู้จักก็ย่อมไม่มีลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการดังกล่าว
</p>
<p class="c2">
ดังนั้นการทำการ<em>ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์</em>ให้เป็นที่รู้จักจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากทางด้านการตลาดสำหรับร้านค้าออนไลน์
เพราะหากท่านมีเว็บไซต์ แต่ไม่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมแล้ว
สินค้าและบริการของท่านก็จะไม่มีคนรู้จักและไม่สามารถขายผ่านร้านค้าออนไลน์ของท่านได้อย่างแน่นอน
</p>
<p class="c2">
เราจะเห็นได้ว่าในขั้นตอน<strong>ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์</strong> (Web Marketing)
นับเป็นก้าวสำคัญก้าวที่สองก็ว่าได้
เพราะหลังจากที่ท่านได้ทำการสร้างเว็บไซต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็น่าจะถึงเวลาแล้วที่ท่านจะนำสินค้าและบริการภายในร้านออนไลน์ของท่านมาแนะนำให้ลูกค้าได้รู้จัก
และเพื่อลูกค้าเหล่านั้นจะเข้าไปเยี่ยมชมร้านของท่าน
</p>
<p class="c2">
<strong>การทำการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์นั้นมีหลายวิธีซึ่งสามารถทำได้ทั้งทางช่องทางปรกติ
เช่น</strong><br />
1. การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ (การใช้โบรชัวร์,
การโฆษณาผ่านหนังสือต่าง ๆ ) ทางโทรทัศน์ วิทยุ และผ่านงานจัดแสดงสินค้า<br />
2. การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Internet เช่น ผ่าน Direct Mail,
การแลกเปลี่ยนลิงค์กับเว็บไซต์พันธมิตร, การแลกเปลี่ยนแบนเนอร์ "Banner", การจัดทำจดหมายข่าว
" Newsletter" และ การทำพันธมิตรทางการค้า "Affiliate"
ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็มีค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน จากข้อมูลของ Georgia Tech Survey
เมื่อปี 1999 ได้ทำการสำรวจวิธีที่ผู้ท่องโลกอินเตอร์เน็ตใช้ในการค้นหาเว็บไซต์ต่างๆ
</p>
<table border="0" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center">
	<tbody>
		<tr class="c3" align="center">
			<td>วิธีค้นหาเว็บไซต์</td>
			<td>จำนวน</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>เซิร์ซเอนจิน</td>
			<td>87%</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>ลิงค์จากเว็บไซต์อื่นๆ</td>
			<td>85%</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>พรินต์มีเดีย (Printed Media)</td>
			<td>63%</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>พูดปากต่อปาก</td>
			<td>58%</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>นิวส์กรุ๊ป</td>
			<td>32%</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>อีเมล์</td>
			<td>32%</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>ทีวี</td>
			<td>32%</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>หนังสือและนิตยสาร</td>
			<td>28%</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>อื่นๆ</td>
			<td>28%</td>
		</tr>
	</tbody>
</table>
<p class="c2">
จากข้อมูลจะเห็นอย่างชัดเจนว่า คนส่วนใหญ่นิยมใช้ Search Engine
ในการค้นหาสิ่งที่พวกเขาต้องการ
</p>
<p class="c1">
<strong>Serach Engine ช่วยเพิ่มลูกค้าได้อย่างไร?</strong>
</p>
<p class="c2">
พฤติกรรมของผู้บริโภคเมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ
ถ้าผู้บริโภครู้จักผู้ขายก็จะทำการติดต่อกับผู้ขายนั้นโดยตรงแต่ถ้าไม่รู้จักก็จะทำการหาค้นหาตามสมุดหน้าเหลืองหรือแหล่งข้อมูลต่างๆ
ดังนั้นจะพบว่ามีผู้ให้บริการจำนวนมากยอมจ่ายเงินโฆษณาในสมุดหน้าเหลืองเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคได้ค้นพบบริการของตน
</p>
<p class="c2">
สำหรับเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจทางด้าน E-commerce แล้วการลงทะเบียนใน Web
Directory และใน Search Engine เพื่อให้เว็บไซต์อยู่ในฐานข้อมูลของ Serach Engine
ที่มีชื่อเสียงของโลกเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าพบเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นซึ่งทำให้คุณสามารถเพิ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ
และยังเป็นวิธีที่ถูกที่สุดสำหรับการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์อีกด้วย
</p>
<p class="c1">
<strong>ความสำคัญของการทำให้เว็บไซต์แสดงผลอยู่ในอันดับต้นๆใน Search Engine</strong>
</p>
<p class="c2">
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าในปัจจุบันนั้นมีเว็บไซต์เกิดขึ้นจำนวนมากและก็มีเว็บไซต์จำนวนมากที่ดำเนินธุรกิจที่คล้ายคลึงกันและแต่ละเว็บไซต์ก็ทำการลงทะเบียนใน
Search Engine และ Web Directory ดังนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าฐานข้อมูลของSearch Engine
จะมีเว็บไซต์อยู่หลายล้านเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น
ถ้าต้องถ้าเป็นผู้ประกอบการให้บริการจองห้องพักหรือโรงแรม ดังนั้น keyword
ที่จะเลือกใช้ก็คือ "Thailand hotels" ซึ่งจากการค้นหาที่ Google.com จะพบว่ามีเว็บไซต์จำนวน
956,000 "วันที่ 29 มิถุนายน 2545" ที่มีความสัมพันธ์กับ keyword "Thailand hotels"
</p>
<p class="c2">
ท่านจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าถ้าเว็บไซต์ของท่านมีคู่แข่งขันจำนวนมากและเว็บไซต์ของท่านแสดงผลในอันดับที่
49 ในหน้าที่ 5 ของผลการค้นหา
โอกาสที่เว็บไซต์ของท่านจะถูกค้นพบก็น้อยลงเนื่องจากปรกติแล้วเว็บไซต์ที่แสดงผลในอันดับที่ 1
- 10 ก็จะมีโอกาสถูกค้นพบมากที่สุดประมาณ 90% แต่ถ้าเว็บไซต์ของท่านแสดงผลในอันดับที่ 11 -
20 โอกาสที่ถูกค้นพบก็จะลดน้อยลงประมาณ 70% - 80% ดังนั้นท่านจะพบว่าการแสดงผลอันดับต้นๆใน
Search Engine นั้นมีความสำคัญเพียงใด ซึ่งผลประโยชน์ที่ท่านจะได้อย่างชัดเจนคือ<br />
</p>
<ul>
	<li>โอกาสที่เว็บไซต์ของท่านจะถูกค้นพบมีมากขึ้น</li>
	<li>ปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ของท่านมากขึ้น</li>
	<li>ท่านมีโอกาสขายสินค้าและได้รับการติดต่อจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น</li>
	<li>รายได้ที่ได้จากเว็บไซต์ก็จะมากขึ้น</li>
</ul>
<p class="c2">
<strong>ทำใมการประชาสัมพันธ์ด้วย Search Engine จึงดีกว่าวิธีอื่น</strong><br />
1. ตรงใจผู้ค้นหาและโอกาสที่จะขายสินค้าและบริการสูง การประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ผ่าน Search
Engine นั้นมีข้อได้เปรียบกว่าวิธีอื่นๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่าน Banner (ป้ายโฆษณา) และ
E-mail marketing (การทำการตลาดโดยการประชาสัมพันธ์ผ่านทางอีเมล์) เนื่องจากคนที่เข้ามาใช้
Search Engine นั้นมีความต้องการที่จะค้นหาสินค้าและบริการอยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อเขาไปที่เว็บไซต์โอกาสที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการก็มีมาก
เว็บไซต์ก็มีโอกาสที่จะได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ซึ่งตรงนี้สามารถเปรียบเทียบให้เห็นได้อย่างชัดเจนได้กับพฤติกรรมการบริโภคของท่านเอง
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการประชาสัมพันธ์ผ่าน Banner (ป้ายโฆษณา)หรือ E-mail marketing
แม้ว่าเขาจะเห็นโฆษณาสินค้าและบริการของเว็บไซต์
ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็ยังไม่มีความต้องการที่จะซื้อสินค้าและบริการเหล่านั้น<br />
2. มีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่น การโฆษณาหรือการทำประชาสัมพันธ์ผ่าน
Search Engine นั้นจะมีค่าใช้จ่ายในครั้งแรกเท่านั้นซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นๆ
แล้วจะพบว่าไม่ว่าจะเป็น Banner (ป้ายโฆษณา) หรือแม้แต่การทำ E-mail marketing
นั้นจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่มีคนคลิกที่
Banner ท่านก็ต้องเสียค้าบริการให้กับเจ้าของเว็บไซต์ หรือถ้าในกรณี
อีเมล์ถ้าท่านไม่มีรายชื่ออีเมล์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นของท่านเองเมื่อท่านต้องการส่งท่านก็ต้องจ่ายค่าบริการให้ผู้ให้ผู้บริการอีกครั้ง
</p>
<p class="c1">
<strong>ใครคือ Top 20 Search Engine</strong>
</p>
<p class="c2">
ในปัจจุบันนั้นมี Search Engine และDirectory
เกิดขึ้นจำนวนมากซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องทำการลงทะเบียนและทำให้ติดอันดับ
1 - 20 ทุก Search Engine และ Directory
ถ้าพิจารณาเบื้องต้นแล้วถ้าท่านสามารถทำได้ก็เป็นการดีเพราะจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับเว็บไซต์ของท่านแต่ตามปรกติแล้วผู้ใช้บริการ
Search Engine ส่วนใหญ่จะทำการค้นหาใน Search Engine และDirectory ที่สำคัญ 20 อันดับแรกเช่น
Yahoo.com, MSN.com, Google.com, AOL.com, AskJeeves.com
ดังนั้นถ้าเว็บไซต์ของท่านสามารถแสดงผลในอันดับ 1 - 20 ของ Search Engine ที่สำคัญ
ก็เป็นการเพียงพอแล้ว
</p>
<p class="c2">
<br />
</p>
<p class="c2">
ที่มา:  สนามบินไอที
</p>
<p class="c2">
<br />
</p>
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/c4-20_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81.html</link>
		<pubDate>Sun, 02 Mar 2008 05:11:00 GMT</pubDate>
	</item>
	<item>
		<title><![CDATA[โฮสติ้งคืออะไร]]></title>
		<description><![CDATA[โฮสติ้งหรือเว็บโฮสติ้ง คืออะไร
เว็บโฮสติ้งคือพื้นที่การใช้งานในอินเทอร์เน็ต สำหรับเว็บไซต์ทั่วไป โฮสติ้งมีลักษณะที่เปรียบเทียบได้เหมือนกับ ฮาร์ดดิสก์ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา คือรูปแบบการให้บริการที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการสามารถนําเว็บเพจของตนเองขึ้นไปออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้ซึ่งเว็บ
โฮสติ้งหรือผู้ให้บริการโฮสติ้งเป็นธุรกิจที่นําเอาเทคโนโลยีที่จําเป็น
สําหรับงานสร้างเว็บไซต์มาให้บริการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เว็บไซต์นั้นสามารถมองเห็นได้บนอินเตอร์เน็ต
ทุกเว็บไซต์ที่ออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตจะต้องได้รับการฝากหรือเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์พิเศษที่เรียกว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่ง เซิร์ฟเวอร์ นี้
จะทําหน้าที่เป็นตัวติดต่อกับทุกหนทุกแห่งตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลาในโลกที่มีการต่อเชื่อม
อินเตอร์เน็ตง่ายๆแค่พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ หรือชื่อโดเมน (Domain Name)  ของคุณ ตัวอย่างเช่น www.yourcompany.com 
ผู้ให้บริการจะทําการติดตั้งระบบทั้งหมดให้คุณเมื่อมีบุคคลที่พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของคุณ (Web address) ชื่อนั้นจะถูกส่งตามเส้นทาง
จากเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งไปเรื่อยๆจนกระทั่งไปพบเครื่องเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่คุณได้ฝากเว็บไซต์ไว (Host computer) 
ในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีดังนั้นการออนไลน์เว็บไซต์ของคุณบนอินเตอร์เน็ตสิ่งแรกที่คุณจําเป็นจะต้องมีคือเว็บเซิร์ฟเวอร์ซึ่งอย่างไรก็ตามการติดตั้งระบบ
เว็บเซิร์ฟเวอร์เป็นของตนเองสามารถทําได้แต่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงมากและจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคดูแลดังนั้น
บริษัทส่วนใหญ่จะไม่ดําเนินการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของเองและนี่คือที่มาของบริการเว็บโฮสติ้งเว็บโฮสติ้งที่ดีจะต้องให้บริการทั้งเครื่องมือ
อํานวยความสะดวกและคําแนะนําแก่ผู้ใช่บริการเพื่อให้สามารถดูแลและแก้ไขเว็บไซต์ของตนเองได้ผู้ให้บริการโฮสติ้งจะคิดค่าบริการจากการ
เช่าพื้นที่ในการให้บริการซึ่งพื้นที่ดังกล่าวใช้สําหรับเก็บข้อมูลเว็บไซต์ที่ต้องการนําเสนอรวมทั้งอีเมล์ระบบฐานข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับ
สถิติผู้เข้าชมฯลฯ บริการเว็บโฮสติ้งส่วนใหญ่มีข้อดีอันหนึ่งที่จัดได้ว่าเป็นการให้บริการจะดําเนินการแบบเบ็ดเสร็จ (Outsourced service) ซึ่ง
ผู้ใช้บริการไม่ต้องยุ่งยากกับระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์แต่อย่างใดผู้ให้บริการจะดําเนินการและรับผิดชอบทั้งหมดตั้งแต่การเริ่มติดตั้งจนกระทั่งการ
ดูแลรักษาระบบให้คุณบริการเว็บโฮสติ้งที่ดีที่สุดจะต้องมีระบบที่ใช้งานง่ายและให้ผู้ใช้งานไม่ต้องรู้สึกวุ่นวายเกี่ยวกับฟังค์ชั่นที่ซับช้อนของระบบเพื่อให้
คุณสามารถเผยแพร่และนําเสนอผลงานได้อย่างง่ายดายรวดเร็วที่สําคัญยังต้องคงไว้ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/c1-1_%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html</link>
		<pubDate>Thu, 28 Feb 2008 08:36:00 GMT</pubDate>
	</item>
</channel>
</rss>