<?xml version="1.0" encoding="utf-8" standalone="yes" ?>
<rss version="2.0">
<channel>
<title>ไทยโซน: คำถามที่พบบ่อย (FAQ) -  ประกาศข่าว</title>
<description>ไทยโซน : Support FAQ : คำถามที่พบบ่อย</description>
<link>http://www.thaizone.com/faq/feed/news/rss.php</link>	<item>
		<title><![CDATA[โดเมนของฮ่องกงรั้งอันดับเสี่ยงสุด ส่วนโดเมนของฟินแลนด์ปลอดภัยที่หนึ่ง]]></title>
		<description><![CDATA[<p>
แมคอาฟี เผยรายงานศึกษาภัยเสี่ยงจากการจดทะเบียนชื่อเว็บไซต์กับโดเมนต่างๆ ปีที่สอง ระบุโดเมนของฮ่องกงติดโผเป็นโดเมนที่เสี่ยงต่อการถูกคุกคามจากไวรัสและโปรแกรมเป้าประสงค์ร้ายจำพวกสปายแวร์มากที่สุด พุ่งเป้านโยบายจดชื่อเว็บไซต์หละหลวมเปิดช่องให้อาชญากรโลกไซเบอร์ ขณะที่ โดเมนของฟินแลนด์ติดอันดับปลอดภัยมากที่สุด
</p>
<p>
บริษัท แมคอาฟี ผู้พัฒนาโปรแกรมป้องกันความปลอดภัยเครือข่าย เผยรายงาน การระบุหาเว็บที่เข้าข่ายเสี่ยง (Mapping the Mal Web) ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการตระหนักและเตือนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตให้มีความระมัดระวังในการใช้บริการเว็บที่อาจเข้าข่ายเสี่ยงต่อภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ ซึ่งผลการศึกษาของปีล่าสุดระบุ เว็บที่มีการจดทะเบียนชื่อ (โดเมน) ดอตเอชเค (.hk) ของฮ่องกงเป็นโดเมนที่เสี่ยงเป็นอันดับหนึ่ง จากการสำรวจเว็บ 9.9 ล้านเว็บที่จดทะเบียนในโดเมนทั้งหมด 265 แห่ง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวประกอบด้วยโดเมนทั้งที่ระบุตามประเทศ เช่น .de, .uk, .tw และโดเมนทั่วไป เช่น .info, .com, .net
</p>
<p>
ภัยเสี่ยงที่คุกคามเว็บ เป็นต้นว่า การอาศัยประโยชน์จากโปรแกรมท่องอินเตอร์เน็ต (บราวเซอร์) หรือที่รู้จักในชื่อ ไดรฟ์-บาย ดาวน์โหลด (drive-by downloads) ซึ่งเป็นช่องโหว่ให้มีการติดตั้งไวรัส การตรวจจับการพิมพ์ หรือโปรแกรมสปายแวร์ ซึ่งเป็นโปรแกรมซุ่มตรวจสอบการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบลงไปในเครื่อง นอกจากนี้ ยังรวมถึงโปรแกรมฟิชชิ่งซึ่งเป็นเว็บตบตาผู้ใช้ว่าเป็นเว็บของบริษัท หรือสถาบันการเงินเพื่อลวงเอาข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลด้านการเงิน และป๊อป-อัพโฆษณาที่มีมากเกินไป
</p>
<p>
ขณะที่ จากการศึกษาครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วของแมคอาฟี เว็บที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อปัญหาไวรัส โปรแกรมเป้าประสงค์ร้าย หรือป๊อป-อัพโฆษณาที่มากเกินพอดีทั่วโลก โดเมนของโตเกเลา (.tk) ซึ่งเป็นพื้นที่เขตปกครองตนเองกึ่งอาณานิคมของนิวซีแลนด์มาเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 10.1% และในขณะนั้น ฮ่องกงติดอยู่ในอันดับเสี่ยงที่ 28 เท่านั้น หากแต่มาในปีนี้ ฮ่องกงกลายเป็นโดเมนที่เสี่ยงมากที่สุดในสัดส่วน 19.2% ในขณะที่ โดเมนโตเกเลาลงมาอยู่ในอันดับที่ 28 แทน
</p>
<p>
นายเชน คีทส์ นักวิเคราะห์ของแมคอาฟี และเป็นผู้จัดทำรายงานฉบับดังกล่าวแสดงทรรศนะว่า สาเหตุที่หนุนให้โดเมนของฮ่องกงเสี่ยงต่อนักเจาะระบบมากที่สุดในปีนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการปรับเปลี่ยนนโยบายของทางการที่ล่อแหลมต่อการถูกคุกคามมากขึ้น ตั้งแต่การเสนอส่วนลดในการจดทะเบียนโดเมนตั้งเว็บไซต์ การมุ่งขยายโดเมนให้เป็นที่แพร่หลายในต่างประเทศ และลดขั้นตอนกระบวนการจดทะเบียน แต่หลังจากที่การศึกษาเสร็จสิ้นลง ทางการฮ่องกงได้ปรับนโยบายการจดทะเบียนโดเมนให้รัดกุมขึ้นแล้ว จึงคาดว่าการศึกษาในปีหน้า โดเมนของฮ่องกงน่าจะมีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าปีนี้
</p>
<p>
สำหรับโดเมนที่มีความเสี่ยงรองลงมาจากฮ่องกงได้แก่ โดเมนของจีน (.cn) ด้วยสัดส่วน 11.8% ตามด้วย โดเมน .info สัดส่วน 11.7% ขณะที่ โดเมน .com มีสัดส่วนอยู่มากกว่า 5% เล็กน้อย นอกจากนี้ โดเมนของฟิลิปปินส์ โรมาเนีย และรัสเซียก็ติดอยู่ใน 10 อันดับต้นของโดเมนที่มีความเสี่ยงเช่นกัน ส่วนกลุ่มที่มีความปลอดภัยมากที่สุดได้แก่ โดเมนของฟินแลนด์ ญี่ปุ่น นอร์เวย์ และโคลอมเบีย โดยมีสัดส่วนเข้าข่ายเสี่ยงอยู่น้อยมาก เนื่องจากมีความเข้มงวดในการให้ระบุตัวตนของเจ้าของเว็บไซต์
</p>
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/n5_%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AE%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94-%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87.html</link>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2008 11:40:00 GMT</pubDate>
	</item>
	<item>
		<title><![CDATA[ระวัง! “สแปม”จะมาเยือนคุณโดยไม่รู้ตัว]]></title>
		<description><![CDATA[<p>
หลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำว่า Spam Mail หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Unsolicited Commercial Email (UCE) ซึ่งหมายถึง 1 การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ โดยส่วนมากจะมีจุดมุ่งหมายในการโฆษณาสินค้า โดยที่เราไม่รู้เลยว่าผู้ที่ส่งมานั้นเป็นใคร ความนิยมในการส่งสแปมเมลมีเพิ่มมากขึ้นจนมีจำนวนมากถึง 9-60 พันล้านต่อปี เนื่องจากความสามารถในการส่งข้อมูลซึ่งคล้ายกับการส่งจดหมายทั่วไป แต่มีความเร็วในการส่งสูงและมีต้นทุนที่ต่ำ ผู้ส่งสามารถส่ง Spam Mail จำนวนเป็นพันพร้อมกันในเวลาไม่กี่วินาทีโดยใช้ต้นทุนเพียงไม่กี่ร้อยบาท<br />
<br />
Spam Mail ถือเป็นสื่อโฆษณาที่มีต้นทุนต่ำซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ได้ใช้ประโยชน์ในการโปรโมตสินค้าของตน แต่อย่างไรก็ตามมันก็ได้สร้างผลกระทบและความเสียหายไว้แก่ผู้รับอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือ ISP ที่ระบบต้องเสียหายหรือช้าลงไปจนผิดปกติเนื่องจากการได้รับ Spam Mail เป็นจำนวนมากจน Server ไม่สามารถรองรับได้ หรือผลกระทบที่เกิดต่อผู้รับ Spam Mail ที่ต้องเสียเวลาในการเปิดเมล์เหล่านี้และพบว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ต้องการ<br />
<br />
ที่สำคัญ ข้อมูลโดยมากที่มากับ Spam Mail มักจะเป็นข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับการขายสินค้าลามกอนาจาร ข้อมูลปลอม รวมถึงการแฝงเอาไวรัส หรือโปรแกรมต่างๆ ที่สามารถสร้างความเสียหายได้เข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ เปรียบเทียบง่ายๆกับการที่มีคนนำใบปลิวขายสินค้าที่เราไม่ต้องการมาใส่ไว้ในตู้จดหมายหน้าบ้านเราเป็นจำนวนหนึ่งพันแผ่นทุกๆวัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผู้รับจะต้องเสียเวลาในการคัดแยกจดหมายที่ต้องการออกจากใบปลิวและนำใบปลิวเหล่านี้ไปทิ้งทุกๆวัน<br />
<br />
ปริมาณใบปลิวที่มากจนเต็มตู้จดหมายจนไม่สามารถจะรับจดหมายสำคัญจากไปรษณีย์ได้ เหล่านี้คือผลกระทบที่สร้างปัญหาให้กับผู้รับเป็นอย่างมาก<br />
<br />
ผู้ใช้อีเมลหลายคนมีวิธีป้องกัน Spam Mail โดยการตั้ง Filter เพื่อกรองอีเมลที่เข้ามา โดยอีเมลจากบุคคลที่ผู้ใช้ไม่รู้จักจะถูกส่งให้ไปอยู่ใน junk email folder แต่เทคโนโลยีก็คือเทคโนโลยีซึ่งมักจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ คือบางครั้งอีเมลที่ผู้ใช้ต้องการก็อาจจะถูกส่งไปอยู่ใน junk email folder ทำให้พลาดอีเมลสำคัญไปในบางครั้ง<br />
<br />
ในปี 2003 ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการออก CAN-SPAM Act of 2003 มาควบคุม Spam Mail ซึ่งแม้จะทำให้จำนวน Spam Mail ลดลงแต่ก็ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาให้หมดไปได้ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีการกำหนดบทบัญญัติที่ออกมาควบคุม Spam Mail ไว้ในมาตรา 11 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ระบุว่า<br />
<br />
“ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท”<br />
<br />
หากพิจารณาถึงบทบัญญัติข้างต้น จะเห็นได้ว่ากฎหมายได้กำหนดองค์ประกอบความผิดในเรื่อง Spam Mail ไว้ 2 ข้อคือจะต้องเป็นการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์<br />
<br />
1.โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว ซึ่งมุ่งหมายถึงการปลอมแปลงหรือปกปิด IP Address ของผู้ส่ง<br />
<br />
2.เป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ซึ่งจะต้องมีความรุนแรงพอสมควรโดยใช้มาตรฐานวิญญูชนเป็นเกณฑ์พิจารณา<br />
<br />
บทบัญญัติข้างต้นได้กำหนดโทษไว้เพียงโทษปรับ ไม่มีโทษจำคุก แต่เป็นคดีที่ไม่สามารถยอมความได้<br />
<br />
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นถกเถียงกันเกี่ยวกับบทบัญญัติข้างต้นว่า หาก Spam Mail นั้นไม่ได้ปกปิดแหล่งที่มา แต่ส่งมาเป็นจำนวนมากจนทำให้การทำงานของระบบผู้รับผิดปกติไป จะมีความผิดหรือไม่? อย่างไรจึงจะเรียกว่าเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข เช่น หากผู้ส่งส่ง Spam Mail โดยเปิดเผยแหล่งที่มาให้พนักงานทุกคนในบริษัท ก. คนละหนึ่งฉบับ แต่ปริมาณทั้งหมดที่ส่งเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท ก. โดยปกติสุข ผู้ส่งจะมีความผิดหรือไม่ ในความเห็นของผู้เขียน บทบัญญัติเรื่อง Spam Mail นั้นน่าจะเป็นบทบัญญัติที่แตกออกมาจากมาตรา 10 ระบุว่า<br />
<br />
“ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”<br />
<br />
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ในกรณีที่การส่ง Spam Mail ให้แต่ละบุคคลจะไม่ได้มีปริมาณมาก แต่ก็สร้างความรำคาญ ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรผู้รับในการอ่านและกำจัด Spam Mail เหล่านั้น และในส่วนของ ISP เองก็ได้รับความเสียหายจากการที่ผู้ใช้บริการของตนจำนวนมากได้รับ Spam Mail จนทำให้ระบบของ ISP ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ<br />
<br />
ภายหลังจากที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่สมบูรณ์ ช่องโหว่ และข้อบกพร่องของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งก็คงต้องยอมรับว่าไม่มีกฎหมายใดที่บัญญัติขึ้นมาโดยปราศจากข้อบกพร่อง หากแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของกฎหมาย IT ในประเทศไทยที่มีแนวโน้มที่จะพัฒนาขึ้นตามเวลา เพียงแค่ให้มีการบังคับใช้อย่างจริงจังโดยความร่วมมือของทั้งฝ่ายราชการและเอกชน ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เสือกระดาษหรือกฎหมายที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริงอย่างที่หลายๆคนได้ให้ความเห็นไว้
</p>
<p>
ที่มา: <a rel="nofollow" href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000154611">ผู้จัดการออนไลน์</a> 31 ธันวาคม 2550
</p>
<p>
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/n4_%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87-%E2%80%9C%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A1%E2%80%9D%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7.html</link>
		<pubDate>Tue, 01 Jan 2008 14:05:00 GMT</pubDate>
	</item>
	<item>
		<title><![CDATA[แก้ไขปัญหาเมล์ขยะที่มีไฟล์แนบ]]></title>
		<description><![CDATA[ช่วงระยะเวลาประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ลูกค้าที่ใช้งานอาจจะได้รับเมล์ขยะที่มีไฟล์แนบพีดีเอฟ (PDF attach) อยู่บ่อยครั้ง โดยที่ในเนื้อความจดหมายจะว่าง หรือ มีเพียงตัวอักษร หรือ คำสั้นๆ แต่ในไฟล์พีดีแอฟ จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การโฆษณาเกี่ยวกับหุ้น หรือการลงทุนต่างๆ และในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาทางทีมงานไทยโซนได้พยายามหาทางแก้ไข และป้องกัน เมล์ขยะดังกล่าว และในวันนี้ (23 ส.ค. 50) ทางไทยโซนได้พบแนวทางแก้ไขและป้องกันแล้ว และได้ดำเนินการติดตั้งบนเมล์เซิร์ฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว และทางทีมงานได้เฝ้าติดตามระวัง เมล์ขยะลักษณะดังกล่าวนี้ต่อไป  
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/n3_%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%9A.html</link>
		<pubDate>Wed, 22 Aug 2007 17:32:00 GMT</pubDate>
	</item>
	<item>
		<title><![CDATA[จุดเปลี่ยนไฟล์แนบอีเมลขยะ เปลี่ยนจากรูปภาพไปเป็น PDF-Excel-Word]]></title>
		<description><![CDATA[<p>
ไซแมนเทคแถลงสถานการณ์อีเมลขยะล่าสุด ระบุจำนวนสแปมเมลที่แนบไฟล์รูปภาพในขณะนี้เริ่มลดลงสวนทางกับอีเมล์ขยะที่แนบไฟล์พีดีเอฟที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตือนภัยอย่าวางใจไฟล์เอ็กเซลและไมโครซอฟท์เวิร์ดเนื่องจากทั้งสองฟอร์แม็ตคือแนวโน้มอีเมลขยะแบบใหม่ที่คาดว่าจะแพร่ระบาดในอนาคต<br />
<br />
ไซแมนเทค (Symantec) รายงานสถานการณ์ของอีเมล์ขยะประจำเดือนสิงหาคม 2550 ว่ามีจำนวนใกล้เคียงกับผลสำรวจที่ได้ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระดับปริมาณอีเมล์ขยะอยู่ที่ 66 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนอีเมล์ทั้งหมดในระบบ<br />
<br />
หมดยุคใช้รูป<br />
<br />
ไซแมนเทคระบุว่าอีเมล์ขยะมีการใช้กลยุทธ์รูปแบบใหม่ โดยอีเมล์ขยะประเภทที่แนบรูปภาพมาพร้อมในอีเมล์ (Image spam) มีจำนวนลดลงอยู่ที่สัดส่วน 8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ลดลงราว 52 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในขณะที่ปริมาณของอีเมล์ขยะประเภทพีดีเอฟ (PDF Spam) มียอดที่สูงขึ้น จุดนี้นางภัทราภา หงส์คำดี ที่ปรึกษาทางเทคนิค บริษัท ไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการปรับปรุงกลยุทธ์ใหม่ของนักส่งอีเมลขยะ หลังจากที่ผู้จำหน่ายโปรแกรมดักจับอีเมลขยะ (anti spam) มากมายสามารถตรวจสอบและคัดกรองอีเมล์ขยะประเภทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
<br />
"เหตุผลที่อีเมล์ขยะประเภทที่แนบรูปภาพเริ่มลดปริมาณลง คือผู้จำหน่ายโปรแกรมแอนตี้สแปมจากค่ายต่างๆ สามารถป้องกันการจู่โจมจากอีเมล์ขยะประเภทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เลยทำให้บรรดาสแปมเมอร์ทั้งหลายหันมาใช้วิธีอื่นๆแทน โดยข้อสังเกตที่น่าสนใจประการหนึ่ง คือ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไซแมนเทคได้สังเกตเห็นว่าเริ่มมีตัวอย่างของอีเมล์ขยะแรกที่อาศัยวิธีลอกเลียนแบบ Google Blogs Alert ด้วย"<br />
<br />
นอกจากนี้ ในรายงานยังได้ระบุถึงประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายประเด็น โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนของอีเมล์ขยะประเภทพีดีเอฟ<br />
<br />
"อีเมล์ขยะประเภทพีดีเอฟยังคงมีปริมาณเพิ่มขึ้น คิดเป็นปริมาณ 2 – 8 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนอีเมล์ทั้งหมดในระบบ ไม่น่าประหลาดใจเลยที่ปริมาณของอีเมล์ขยะประเภทพีดีเอฟมีปริมาณสูงขึ้น เพราะผู้ให้บริการระบบอินเทอร์เน็ตและองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายแบบเดียวกันกับอีเมล์ขยะที่แนบรูปภาพ เช่น การถอดรหัสยาก และไฟล์มีขนาดใหญ่กว่าอีเมล์โดยเฉลี่ยในระบบทั้งหมดถึงสองเท่า” นางภัทราภา กล่าว<br />
<br />
ไซแมนเทคระบุว่าบรรดาสแปมเมอร์เริ่มนำไฟล์เอ็กเซล (Excel) และไฟล์บีบอัด (Zip file) มาใช้มากขึ้น โดยยังคงชื่นชอบการส่งอีเมล์ขยะที่แนบติดมากับการ์ดอวยพร จากผลรายงานการสำรวจกลุ่มลูกค้าตัวอย่างประจำเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาของไซแมนเทคพบปริมาณอีเมล์ขยะที่มีไฟล์แนบประเภทการ์ดอวยพรมากกว่า 250 ล้านฉบับ<br />
<br />
“แนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายคืออีเมล์ขยะจากไฟล์แนบ (attachment spam) และไซแมนเทค คาดการณ์ว่าสแปมเมอร์ จะหันมาใช้งานอีเมล์ขยะที่มีไฟล์แนบประเภทไมโครซอฟท์เอ็กเซล, ไมโครซอฟท์เวิร์ด และไฟล์บีบอัด มากขึ้นในเร็วๆ นี้”<br />
<br />
สำหรับอีเมล์ขยะที่อ้างโดเมนเนมระดับบน (top level domains name) ก็มีปริมาณมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะ .cn ที่เป็นโดเมนเนมของประเทศจีน รวมถึง .hk สำหรับฮ่องกง และที่สำคัญ ไซแมนเทคย้ำว่าผู้ใช้จะต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมากในการสื่อสารโต้ตอบผ่านทางอีเมล์ที่ขอข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลการเงิน เพื่อป้องกันความเสี่ยงใดๆที่อาจเกิดขึ้น
</p>
<p>
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์	20 สิงหาคม 2550
</p>
<br />
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/n2_%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99-pdf_excel_word.html</link>
		<pubDate>Tue, 21 Aug 2007 14:56:00 GMT</pubDate>
	</item>
	<item>
		<title><![CDATA[เปิดใช้งาน FAQ อย่างเป็นทางการ]]></title>
		<description><![CDATA[เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ไทยโซนได้เพิ่มบริการ คำถาม-คำตอบ สำหรับปัญหาที่พบบ่อยๆ สำหรับการใช้งาน
]]></description>
		<link>http://www.thaizone.com/faq/n1_%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-faq-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3.html</link>
		<pubDate>Fri, 17 Aug 2007 14:40:00 GMT</pubDate>
	</item>
</channel>
</rss>